จินดา เจริญผล

ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ Management Information System



วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แนวข้อสอบวิชาระบบเวชศาสตร์สารสนเทศ

แนวข้อสอบวิชาระบบเวชศาสตร์สารสนเทศ ให้นักศึกษาคลิกดูรายละเอียดตามลิ้งค์ด้านล่าง

http://jinda-hmt301.blogspot.com/2012/02/blog-post.html

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แนวข้อสอบกลางภาค สำหรับนักศึกษา Section 01 และ 30

 ข้อสอบทั้งหมด 8 ข้อ
ให้นักศึกษาศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมตามหัวข้อนี้
1. แนวคิดเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ
2. เทคโนโลยี PDA : Personal Digital Assistance
3 เทคโนโลยี RFID
4 แนวโน้มเทคโนโลยีสมัยใหม่
5 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย Topology
6. ผลกระทบของ Social Network

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

งานนำเสนอ Presentation

ให้นักศึกษา ค้นคว้าข้อมูลพร้อมจัดทำ Presetation ดังหัวข้อต่อไปนี้

1. ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ พร้อมอธิบายคุณสมบัติและความสามารถ
2. ข่าวสารด้านไอที

หมายเหตุ งานกลุ่ม ๆ 3 คน จัดทำPresentation+นำเสนอ ในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2554

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Homework2

1.กรณีศึกษาบทที่ 2 : การใช้พีดีเอ ในร้านขายก๋วยเตี๋ยว
2.คำถามท้ายบทที่ 2
        1.ให้พิจารณาจากใบโฆษณาขายคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไป แล้วระบุรายละเอียดของสิ่งต่อไปนี้
•ซีพียู
•หน่วยความจำหลัก
•อุปกรณ์รับข้อมูล
•อุปกรณ์แสดงผล
•อุปกรณ์การสื่อสาร
•อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำรอง
•ซอฟต์แวร์ระบบ
•ซอฟต์แวร์ประยุกต์2. ถ้าท่านเป็นผู้จัดการด้านคอมพิวเตอร์ และต้องให้คำแนะนำในการจัดหาคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานสำนักงาน ท่านจะแนะนำให้ใช้คอมพิวเตอร์ประเภทใด ระบุเหตุผลประกอบ
          2.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ระบบมา 3 ตัวอย่าง
          3.ให้ระบุแนวโน้มของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ มาอย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
         
4. ถ้านักศึกษาเป็นผู้จัดการด้านคอมพิวเตอร์ และต้องให้คำแนะนำในการ จัดหาคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานสำนักงาน นักศึกษาจะแนะนำให้ใช้คอมพิวเตอร์ประเภทใด ระบุเหตุผลประกอบ
          5. ประเภทของภาษาคอมพิวเตอร์
  • ภาษาเครื่อง
  • ภาษาแอสแซมบลี
  • ภาษาระดับสูง
  • ยกตัวอย่างภาษา 
       

กรณีศึกษาที่ 3 ระบบสนับสนุนการปฏิบัติการบินของการบินไทยบนเทคโนโลยี.NET

เมื่อ13 ปีที่แล้ว การบินไทยได้ใช้ระบบ EXPICS (Expert lrregularity Control System)เพื่อช่วยควบคุมการบริหารจัดการเที่ยวบินและแก้ปัญหา ระบบนี้พัฒนาภาษา LISP ซึ่งมีข้อข้อจำกัดในการพัฒนาต่อไปให้รองรับต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจการบินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนปัญหาความไม่สะดวก ในการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ในปี พ.ศ.2543ผู้บริหารการบินไทยจึงมอบหมายให้3หน่วยงานได้แก่ ฝ่ายควบคุมและวางแผนการปฏิบัติการ กองวางแผนและควบคุมการผลิตและการซ่อมบำรุงอากาศยาน และฝ่ายระบบสารสนเทศสนับสนุนการบริหารและการปฏิบัติการ ให้จัดหาระบบมาทดแทนและเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิมโดยต้องสามารถรองรับความต้องการของฝ่ายซ่อมบำรุงอากาศยานได้เพิ่มขึ้น และที่สำคัญต้องรองรับการทำงาน ณ สนามบินสุวรรณภูมิที่จะเปิดให้บริการในปี 2549 และในที่สุดคณะทำงานตัดสินใจพัฒนาระบบ OPAL(Operations Control and Aircraft Maintenance Link System)ขึ้นเอง โดยใช้ Microsoft Visual Studio.NETเป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบ เพื่อใช้ในการวางแผน ติดตาม และควบคุมการจัดเครื่องบินแต่ละลำให้เป็นไปตามตารางการบินและตารางซ่อม บำรุงอากาศยานการบินไทย พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลจากระบบที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเมื่อเกิดปัญหาใดๆที่จะทำให้เครื่องบินไม่สามารถบินตามตารางการบิน หรือไม่สามารถเข้าซ่อมตามตารางการซ่อมบำรุงได้คำถาม
1.ประโยชน์ที่การบินไทยได้รับจากการใช้ระบบ OPAL อะไรบ้าง
2.ท่านคิดว่าการพัฒนาระบบ OPAL มีข้อจำกัดหรือปัญหาหรือไม่

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Homework1

กำหนดหัวข้อบทความดังนี้

1.Social Network
  • Social Networking คืออะไร
  • ความเป็นมาของ Social Network
  • องค์ประกอบของ Social Network
  • ประเภทของ Social Network
  • 10 อันดับ Social Network ที่ได้รับความนิยม
  • ประโยชน์ของ Social Network
  • ข้อดี-ข้อเสียของ Social Network
2. กรณีศึกษา การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานร้านไอศกรีม Iberry

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กรณีศึกษา SF Cinema City นำไอทีพัฒนาธุรกิจและบริการ

กรณีศึกษา : SF Cinema City นำไอทีพัฒนาธุรกิจและบริการ
เอส เอฟ ซีนีม่า ซิตี้ ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายภาพยนตร์ และธุรกิจโรงภาพยนตร์ในภาคตะวันออก และในปี พ.ศ. 2542 ได้ขยายธุรกิจมาสู่กรุงเทพมหานคร โดยมีศูนย์การค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์เป็นที่ตั้งโครงการสาขาแรก
เนื่องจากธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่นอกจากจะแข่งขันด้วยการขยายสาขาให้คลอบคลุมพื้นที่แล้ว การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วยบริการใหม่ๆ ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่จะมัดใจลูกค้าให้กลับมาใช้บริการอีกดังนั้น ผู้บริหารโรงภาพยนตร์จึงได้นำระบบตั๋วภาพยนตร์ ที่ชื่อว่า SF I-Ticket ซึ่งสามารถรับจองที่นั่งได้จากเว็บไซต์ www.sfcinemacity.com โดยตรง ผู้ใช้สามารถเห็นที่นั่งว่างทั้งหมดในโรงภาพยนตร์เหมือนกับเคาน์เตอร์ขายตั๋วที่โรงภาพยนตร์ และซื้อตั๋วที่นั่งที่ต้องการได้ โดยจ่ายค่าตั๋วผ่านบัตรเครดิต และผู้ใช้บริการสามารถพิมพ์ตั๋วจากบ้านด้วยบริการ Print@home ซึ่งพร้อมเข้าโรงภาพยนตร์ได้ทันที โดยไม่ต้องไปถึงโรงภาพยนตร์ก่อนครึ่งชั่วโมง
1.              ระบบที่เอส เอฟ ซินิม่า ซิตี้ นำมาใช้นี้ส่งผลต่อเจ้าของธุรกิจและผู้ใช้บริการอย่างไรบ้าง
2.              ระบบที่นำมาใช้นี้มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
3.         หากจะนำระบบไอทีของ เอส เอฟ ซีนีม่า ซิตี้ มาให้บริการด้านอื่นๆ จะแนะนำให้นำไอทีมาต่อยอดได้อย่างไรบ้าง

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ประเภทของระบบสารสนเทศ

1. ระบบประมวลผลธุรกรรม (Transaction Processing Systems : TPS)
บางครั้งเรียกว่า "ระบบประมวลผลข้อมูล" (Data Processing System) ซึ่่งเป็นระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดการข้อมูลพื้นฐาน โดยเน้นที่การประมวลผลธุรกรรมที่เกิดขึ้นประจำวันและการเก็บรักษาข้อมูลซึ่งการทำงานมักเกิดขึ้นในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านัีั้น เช่น ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี ฝ่ายพัสดุ ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และฝ่ายบริการลูกค้า เป็นต้น โดยแต่ละฝ่ายจะมีการประมวลผลข้อมูลที่แตกต่างกันและอาจจะแยกออกจากกัน โดยข้อมูลจะถูกป้อนเข้าสู่ระบบและทำการจัดเก็บอยู่ในระบบ และข้อมูลเหล่านั้นจะถูกแก้ไขระหว่างการประมวลผลรายการประจำวันจากนั้นผลลัพธ์จะถูกแสดงผลตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น รายชื่อพนักงาน รายการสินค้า ใบสั่งซื้อ ใบสั่งจอง และรายการภาษี เป็นต้น องค์กรที่ใช้ระบบประมวลผลธุรกรรม เช่่น ธนาคาร โรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ และสถาบันการศึกษา เป็นต้น
การประมวลผลในระบบนี้จะแบ่งออกเป็น 2 แนวทาง คือการประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing) โดยข้อมูลรายการเปลี่ยนแปลงจะุถูกรวบรวมไว้ก่อนช่วงระยะเวลาหนึ่งและประมวลผลเป็นระยะ ๆ และการประมวลผลแบบทันที (Real Time Processing) หรือแบบเชื่อมตรง (Online) โดยข้อมูลจะถูกประมวลผลทันทีที่เกิดรายการนั้นเปลี่ยนแปลง เช่น ระบบการขายสินค้าปลีกหน้าร้าน (Point-of-Sale : POS) ในร้านค้าปลีกอาจใช้เครื่องปลายทาง (Terminal) แบบเครื่องเก็บเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจัดเก็บและส่งข้อมูลผ่านการสื่อสารที่เชื่อมโยงไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์ ตัวอย่างการทำธุรกรรมเพื่อการจองตั๋วเครื่องบินแสดงได้ดังภาพที่ 1
2. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System Systems : MIS)
ระบบนี้จะเป็นระบบซึ่งรวบรวมข้อมูลและสารสนเทศทั้งหมดในองค์กรและภายนอกโดยมีชุดโปรแกรมต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษอย่างมีหลักเกณฑ์ จุดประสงค์ของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการจะเน้นให้ผู้บริหารมองเห็นแนวโน้มและภาพรวมขององค์กรในปัจจุบันรวมทั้งสามารถควบคุม และตรวจสอบผลงานของระดับปฏิบัติการด้วยขอบเขตของรายการที่ได้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการจะขึ้นอยู่กับลักษณะสารสนเทศและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน โดยอาจมีรายงานตามสภาวการณ์ที่ผิดปกติ ตัวอย่างรายงานที่ได้จากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ เช่น การวิเคราะห์การขายแยกตามพื้นที่ การวิเคราะห์ต้นทุน และงบประมาณประจำปี เป็นต้น ส่วนรายงานสารสนเทศในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ตัวอย่างเช่น
• รายงานที่นำข้อมูลมาจำแนกเป็นกลุ่ม
• รายงานข้อมูลในรูปแบบทั่วไปเพื่อการตรวจสอบความผิดปกติทั้งทางบวกและลบ
• รายงานแนวโน้มหรือข้อมูลในรูปสถิติ
• รายงานพยากรณ์เหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต
สารสนเทศควรมีการจัดเตรียมให้ผู้บริหารจะเป็นทั้งการแสดงผล (Display) และรายงาน (Report) โดยมีคุณสมบัติที่
1)ทันทีที่ต้องการ On Demand
2) ตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
3) เมื่อมีเงื่อนไขพิเศษที่เกิดขึ้น
ตัวอย่างเช่น ผู้จัดการขายสามารถ 1)ใช้เว็บบราวเซอร์เพื่อดูวีดีโอสารสนเทศเกี่ยวกับการขายสินค้าได้ทันทีที่สถานีงาน (Workstation) 2) เข้าถึงรายงานการวิเคราะห์ยอดขายรายสัปดาห์ ซึ่งประเมินผลการขายของแต่ละผลิตภัณฑ์รายชื่อพนักงานขายและรายการเขตการขาย หรือ 3) รับรายงานโดยอัติโนมัติเมื่อพนักงานขายทำยอดไม่ถึงเป้าหมายในเวลาที่กำหนด เป็นต้น
3. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Dicision Support Systems : DSS)
ระบบนี้เป็นระบบสารสนเทศที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสินใจใช้ประกอบการตัดสินใจดังนั้นควรเป็นระบบที่ง่ายต่อการเรียกใช้และการโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์ Interactive ทั้งนี้เนื่องเพราะผู้บริหารระดับกลางขึ้นไปคุ้นเคยและจำเป็นต้องใช้การตัดสินใจบนประสบการณ์ต่อสิ่งที่เกิดขั้น ทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ระบบนี้จึงเป็นระบบที่มีการผสมผสานสารสนเทศที่มีอยู่ หรือเรียกใช้จากระบบไอซีทีที่อื่น ๆ นำมาเปรียบเทียบ คำนวณ วิเคราะห์ และพยากรณ์ โดยนำเสนอในรูปของกราฟิก แผนงานหรือแม้แต่ “ระบบปัญญาประดิษฐ์” (Artificail Intelligence) เพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้สารสนเทศสำหรับผู้ทำการตัดสินใจจะได้รับการออกแบบเพื่อให้สนับสนุนการตัดสินใจหลายด้านพร้อมกัน ดังนั้นข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องภายในองค์กรจึงต้องได้รับการจัดระบบใหม่ เพื่อให้สามารถแสดงความเกี่ยวข้องของข้อมูลอย่างชัดเจนและสามารถเรียกใช้ได้ทันที
4. ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร (Executive Information Systems : EIS)
เป็นระบบที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนสารสนเทศและการตัดสินใจสำหรับผู้บริหารระดับสูงโดยเฉพาะ โดยใช้หลักการและวิธีการเดียวกับระบบสนับสนุนการตัดสินใจ แต่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับงานในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีระบบ การตัดสินใจที่ซับซ้อนต้องการความแม่นยำและรวดเร็วในการตัดสินใจ จากสภาวะหรือผลกระทบภายนอกองค์กร รายงานระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารที่ดีและมีประสิทธิภาพควรสร้างให้ต่อเนื่องกับระบบประมวลผลทางธุรกรรมที่เข้ามาสู่ระบบ ดังนั้นผู้บริหารขององค์กรบางแห่งจึงต้องการให้จัดทำข้อมูล EIS ใช้งานเอง ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูงจะใช้ข้อมูล 3 แหล่ง คือ
(1) ข้อมูลภายในองค์กร ได้แก่ งบประมาณประจำปี แผนรายรับ-รายจ่าย และแผนการเงินการคลัง เป็นต้น
(2) ข้อมูลภายนอกองค์กร ได้แก่ ตลาดทุน ตลาดหุ้น และรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ เป็นต้น
(3) ข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลรายการประจำวัน แล้วนำมาเปรียบเทียบ คำนวณ วิเคราะห์ คาดการณ์ และยังสามารถแสดงแนวโน้มหรือคาดคะเนเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
5. ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert Systems : ES)
เป็นระบบที่มีลักษณะคล้ายระบบสารสนเทศประเภทอื่น คือ เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยผู้บริหารแก้ปัญหาหรือสนับสนุนการตัดสินใจ โดยจะแตกต่างจากระบบสารสนเทศประเภทอื่นตรงที่ใช้หลักการทำงานด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้มากกว่าการจัดการสารสนเทศ ระบบผู้เชี่ยวชาญเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเลียนแบบขั้นอตนและวิธีการในการคิดวิเคราะห์ เพื่อใช้แก้ปัญหาโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ระบบผู้เชี่ยวชาญจะสามารถนำไปใช้ในขั้นตอนการให้คำปรึกษาหรือสนับสนุนการแก้ปัญหาที่ยุ่งยากและซับซ้อน ณ สถานการณ์ใด ๆ ได้ โดยระบบผู้เชี่ยวชาญจะเลือกเฉพาะสาขาหรือเฉพาะด้านที่ขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ
การสร้างระบบผู้เชี่ยวชาญต้องการข้อมูลจำนวนมากจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้น ๆ เพื่อเก็บข้อมูลอย่างละเอียดลงในฐานข้อมูลที่เรียกว่า “ฐานความรู้” จากนั้นกลไกการวินิจฉัยซึ่งเปรียบได้กับสมองของระบบจะตรวจสอบข้อมูลที่มีอยู่ในฐานความรู้และเลือกข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุดด้วยวิธีการในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล และเป็นขั้นตอน พร้อมกับต้องมีส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ที่มีความสะดวกเพื่อให้เกิดความพึงพอใจและใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กรณีศึกษาบทที่ 2 : การใช้พีดีเอ ในร้านขายก๋วยเตี๋ยว

pocketPDA
คุณเอกชัย ฤชุทัศน์สกุล  เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวปลา ได้นำเทคโนโลยีพีดีเอ มาใช้ในการขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งปัญหาของระบบการสั่งก๋วยเตี๋ยวแต่เดิมคือ ความผิดพลาดในรายละเอียดของก๋วยเตี๋ยวที่สั่ง เช่น ไม่ใส่ถั่วงอก ไม่ใส่กระเทียมเจียว ทำให้การสั่งอาหารเกิดความล่าช้า ลูกค้าต้องคอยนานซึ่งความผิดพลาดในลักษณะนี้อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจของลูกค้าได้  ดังนั้นคุณเอกชัยจึงนำเครื่องพีดีเอ มาประยุกต์ใช้งานควบคุมกับโปรแกรมสั่งอาหารซึ่งมีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเลขที่โต๊ะอาหาร หมวดอาหาร ข้อมูล อาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนข้อมูลผู้ใช้ เช่น รหัสผ่านและการกำหนดสิทธิ์ ภายในร้านก๋วยเตี๋ยวมีการติดตั้ง แอกแซสพอยท์ (Access Point) เพื่อรับส่งข้อมูลการสั่งอาหารจาก พ็อกเก็ตพีซี เพื่อไปปรับปรุงฐานข้อมูลระบบที่เซิร์ฟเวอร์ในสำนักงาน และจำมีการอัปเดตการสั่งอาหารไปยังห้องครัว พนักงานยังสามารถคิดค่าอาหารจาก พอกเก็ตพีซี นอกจากนี้ระบบยังสามารถจัดทำรายงานเพื่อการบริหารจัดการต่างๆได้ เช่น รายงานยอดขาย รายงานสรุปรายการอาหารที่ขาย เป็นต้น
                คำถาม
1.  ประโยชน์ที่จะได้จากการนำพีดีเอ มาใช้ในธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวมีอะไรบ้าง
2.  ท่านคิดว่ามีข้อจำกัดหรือปัญหาอะไรบ้างในการนำเทคโนโลยีพีดีเอมาใช้ในธุรกิจนี้
3. ธุรกิจใดบ้างที่สามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ จงอธิบาย

กรณีศึกษา บทที่ 1 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานร้านไอศกรีม Iberry

ร้านไอศกรีม  Iberry  มีคุณวิฒน์  และคุณอัฉรา  บุรารักษ์  เป็นเจ้าของ  ปัจจุบันมี  10  สาขา  ในกรุงเทพฯ  9  สาขา  และต่างจังหวัด  1  สาขา  Iberry เป็นไอศครีมโฮมเมดที่เน้นรสชาติของ
ผลไม้ไทยๆ  เช่น  มะยม  มะดัน  มะม่วง  มะพร้าว  ฯลฯ
                ในช่วงแรกๆ  ร้าน Iberry  ประสบปัญหาในการบริหารงาน  3  ประการ  ซึ่งพอสรุปประเด็นได้  ดังนี้
1.       ปัญหาเรื่องการควบคุมความเย็นในกรณีที่ตู้เย็นเก็บไอศครีมมีปัญหา  เช่น  ไฟดับหรือตู้เย็นเสียก็จะทำให้ไอศครีมเสียหายได้
2.       ปัญหาเรื่องข้อมูลการขาย  จะทำอย่างไรเพื่อให้ทราบว่าในแต่ละวันมีการขายไอศครีมแต่ละรสชาติเป็นจำนวนเท่าไร  และจะทราบได้อย่างไรว่าพนักงานขายไม่ทุจริตในการตักไอศครีมจากถาด
3.       ปัญหาการดูแลพนักงาน  เนื่องจากทางร้านมีหลายสาขา  ทำให้ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปดูแลในแต่ละสาขาได้ด้วยตนเอง  จะมีวิธีใดที่บริหารงานในหลายๆ  สาขาได้ในเวลาเดียวกัน
จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น  ผู้บริหารร้านไอศครีมได้มีแนวคิดที่จะนำไอที  (ทั้งฮาร์ดแวร์
ซอฟแวร์และเครือข่าย)  เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาด้วยวิธี  ดังนี้
1.       ใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิที่ตู้ไอศครีม  หากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง 
เครื่องควบคุมระบบจะโทรศัพท์อัตโนมัติแจ้งให้ศูนย์ควบคุมได้ทราบ
2.       ใช้ซอฟแวร์  Kiosque  สำหรับธุรกิจห้องอาหารเข้ามาช่วยในการเก็บและวิเคราะห์
ข้อมูลการขาย
3.       การควบคุมดูแลพนักงานร้านในแต่ละสาขาใช้วิธีการติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด
(CCTV)  ด้วยระบบ  Network  สามารถบันทึกภาพและเหตุการณ์ภายในร้านได้ตลอดเวลา
 และสามารถดูภาพผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
คำถาม
1.  ประโยชน์ที่ร้านไอศครีม  Iberry  นำไอทีเข้ามาช่วยการบริหารงาน  นอกจากการ
แก้ปัญหาข้างต้นแล้ว  ท่านคิดว่าทางร้านยังได้รับประโยชน์ใดได้บ้าง
2. ท่านคิดว่าในอนาคตร้านไอศครีม  Iberry  สามารถนำไอทีเข้ามาช่วยงานด้านใดอีก
ได้บ้าง
                3.  จากแนวคิดการนำไอทีมาใช้แก้ปัญหาของผู้บริหารร้านไอศครีม  Iberry  นั้น  ท่านคิดว่า
สามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจใดได้บ้าง  จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ

วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

บทที่ 14 จริยธรรมและการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ

บทที่ 14
จริยธรรมและการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ

จริยธรรมในสังคมสารสนเทศ
            จริยธรรม (Ethics) หมายถึง หลักเกณฑ์ที่ประชาชนตกลงร่วมกันเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิติร่วมกันในสังคม
            โดยทั่วไปเมื่อพิจารณาถึงจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศแล้วจะกล่าวถึง 4 ประเด็น ที่รู้จักกันในลักษณะตัวย่อว่า PAPA ประกอบด้วย
            1)  ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) คือ สิทธิที่จะอยู่ตามลำพัง และเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น สิทธินี้ใช้ได้ครอบคลุมทั้งปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์การต่างๆ
            2)  ความถูกต้อง (Information Accuracy)
            3)  ความเป็นเจ้าของ (Information Property) คือกรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินทั่วไปที่จับต้องได้ เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และที่จับต้องไม่ได้เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา บทเพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร์
            ทรัพสินทางปัญญาได้รับการคุ้มครองสิทธิภยใต้กฎหมาย (1) ความลับทางการค้า (Trade Secret) (2) ลิขสิทฺธิ์ (Copyright) (3) สิทธิบัตร (Patent)
            4)  การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) การเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้นถือเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลสวนตัว

กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 
            ประเทศไทยมีการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 6 ฉบับ คือ
            1)  กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
            2)  กฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
            3)  กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตร์
            4)  กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
            5)  กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว
            6)  กฎหมายลำดับรอง รัฐธรรมนูย มาตรา 78 หรือกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ

ความเคลื่อนไหวของรัฐและสังคมต่อผลกระทบทางสังคมของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
            รัฐและสังคมตระหนักต่ออิทธิพลของคอมพิวเตอร์ จึงมีความพยายามที่จะปรับปรุงแก้ไขหรือวางกฎหมายที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน เช่น การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
            เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ เช่น การโจรกรรมข้อมูลหรือความลับของบริษัท การบิดเบือนข้อมูล การฉ้อโกง การฟอกเงิน การถอดรหัสโปรแกรมคอมพิวเตอร์
            แฮกเกอร์ (Hacker) คือบุคคลที่ใช้ความรู้ความสามารถในทางที่ไม่ถูกต้อง/ผิดกฎหมาย ได้แก่ การลักลอบเข้าไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นโดยผ่านการสื่อสารเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
            แคร็กเกอร์ (Cracker) คือแฮกเกอร์ที่ลักลอบเข้าไปยังคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงธุรกิจ
            Hacktivist หรือ Cyber Terrorist ได้แก่แฮกเกอร์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการส่งข้อความเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

การใช้คอมพิวเตอร์ในฐานะเป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรม
            -  การขโมยหมายเลขบัตรเครดิต เป็นการขโมยหมายเลขบัตรทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยากต่อการรู้จนกว่าจะได้รับใชแจ้งยอดการใช้เงินในบัตรนั้น
            -  การแอบอ้างตัว เป็นการแอบอ้างตัวของผู้กระทำต่อบุคคลที่ตนเป็นอีกคนหนึ่ง การกระทำในลักษณะนี้จะใช้ลักษณะเฉพาะตัว ได้แก่ หมายเลยบัตรประชาชน หมายเลขบัตรเครดิต หนังสือเดินทาง
            -  การฉ้อโกง หรือการสแกมทางความพิวเตอร์ เป็นการกระทำโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงผู้อื่น เช่น
                (1)  การส่งข้อความหรือโฆษณาบนเว็บไซต์ว่าท่านสามารถเดินทางเข้าพัก/ท่องเที่ยวแบบหรูหราในราคาถูก แต่เมื่อไปใช้บริการจริง กลับไม่เป็นอย่างที่บอกไว้
                (2)  การฉ้อโกงด้านธุรกรรมการเงินหรือการใช้บัตรเครดิต เรียกว่า ฟิชชิ่ง (Phishing) เป็นการสร้างจดหมายข้อความเลียนแบบ หรือรูปแบบการแจ้งข่าวสารของบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น eBay เพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลบางอย่างจากผู้ใช้ โดยใด้ผู้ใช้ส่งข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเงินไปยังกลุ่มผู้ที่ไม่หวังดี

คอมพิวเตอร์ในฐานะเป็นเป้าหมายของอาชญากรรม
            1)  การเข้าถึงและการใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำต่างๆ ที่เกี่ยวข้อมกับคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของผู้อื่นโดยที่เจ้าของไม่อนุญาต การเข้าถึงอาจใช้วิธีการขโมยรหัสส่วนตัว (Personal Identification Number : PIN) หรือการเข้ารหัสผ่าน (Password)
            2)  การก่อกวนหรือทำลายข้อมูล เป็นอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่เข้าไปปั่นป่วนและแทรกแซงการทำงานของคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
            -  ไวรัส (Virus) เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่น โดยทั่วไปไวรัสคอมพิวเตอร์จะแบ่งออกเป็น 3 ชนิด
            (1) ไวรัสที่ทำงานบน Boot Sector หรือบางครั้งเรียก System Virus
            (2) ไวรัสที่ติดที่แฟ้มงานหรือโปรแกรม
            (3)  มาโครไวรัส (Macro Virus)
-  เวิร์ม (Worm) เป็นโปรแกรมความพิวเตอร์ที่กระจายตัวเองเช่นเดียวกับไวรัส แต่แตกต่างที่ไวรัสต้องให้มนุษย์สั่งการเรียกใช้งาน ในขณะที่เวิร์มจะแพร่กระจายจากคอมพิวเตอร์สู่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โดยผ่านทางอีเมลและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
-  ม้าโทรจัน (Trojan Horse) เป็นโปรแกรมท่แตกต่างจากไวรัสและเวิร์มที่ม้าโทรจันจะไม่กระจายตัวมันเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น แต่จะแฝงตัวอยู่กับโปรแกรมอื่นๆ ที่อาจส่งผ่านมาทางอีเมล เช่น zipped files.exe และเมื่อมีการเรียกใช้ไฟล์ โปรแกรมก็จะลบไฟล์ที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์
-  ข่าวหลอกลวง (Hoax) เป็นการส่งข้อความต่างๆ กันเหมือนจดหมายลูกโซ่เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยอาศัยเทคนิคทางจิตวิทยา เช่น “Virtual Card for You” “โปรดอย่างดื่ม....” “โปรดอย่าใช้มือถือยี่ห้อ...”
3)  การขโมยข้อมูลและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

การรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
            1)  การใช้ Username หรือ User ID และรหัสผ่าน (Password)
            2)  การใช้วัตถุใดๆ เพื่อการเข้าสู่ระบบ
            3)  การใช้อุปกรณ์ทางชีพวภาพ (Biometric Devices)
            4)  การเรียกกลับ (Callback System)

ข้อควรระวังและแนวทางการป้องกันการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์
            -  ข้อควรระวังก่อนเข้าไปในโลกโซเบอร์ Haag ได้เสนอกฎไว้ 2 ข้อคือ 1) ถ้าคอมพิวเตอร์มีโอกาสถูกขโมย ให้ป้องกันโดยการล็อคมัน 2) ถ้าไฟล์มีโอกาสที่จะถูกทำลาย ให้ป้องกันด้วยการสำรอง (Backup)
            -  ข้อควรระวังในการเข้าไปยังโลกไซเบอร์
            1)  บัตรเครดิตและการแอบอ้าง
                 -  ให้หมายเลยบัตรเครดิตเฉพาะบริษัทที่ท่านไว้วางได้เท่านั้น
                 -  ใช้เฉพาะเว็บไซต์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย เช่น https://
                 -  ใช้รหัสผ่านอย่างน้อย 10 ตัวอักขระ (ควรผสมกันระหว่างตัวอักษรและตัวเลข)
                 -  ใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละระบบหรือเว็บไซต์
            2)  การปัองกันข้อมูลส่วนบุคคล พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการให้ข้อมูลส่วนตัว
            3)  การป้องกันการติดตามการท่องเว็บไซต์ ใช้โปรแกรม เช่น SurfSecret เพื่อป้องกันการติดตามการท่องเว็บไซต์ โปรแกรมจะทำงานคล้ายกับโปรแกรมป้องกันไวรัส และลบข่าวสาร/โฆษณาที่เกิดขี้นเมื่อผู้ใช้ท่างเว็บไซต์
            4)  การหลีกเลี่ยงสแปมเมล
            5)  การป้องกันระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ใช้ไฟร์วอลล์ (Firewall) ที่เป็นอาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์เพื่อทำหน้าที่เป็นยามประตูตรวจสอบการเข้าระบบ
            6)  การป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์
                 -  ปฏิบัติตามเคล็ดลับง่ายๆ 5 ข้อ ด้วยตัวอักษรย่อ EMAIL ดังนี้
                    E ย่อมาจาก Exempt from unknown คือ ไม่เปิดอีเมลจากคนแปลกหน้า
                    M ย่อมาจาก Mind the subject คือ หมั่นสังเกตหัวข้อของจดหมายก่อนที่จะเปิดอ่าน
                    A  ย่อมาจากประโยค Antivirus must be installed หมายความว่า ควรติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส เช่น Norton Antivirus
                    I ย่อมาจาก Interest on virus news หมายความว่า ควรให้ความสนใจกับข่าวเกี่ยวกับไวรัส ติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ
                    L  ย่อมาจาก Learn to be cautious หมายความว่า ให้ระวังให้มาก อย่าเปิดอีเมลแบบไม่ยั้งคิด
                 -  ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันการก่อกวนและทำลายข้อมูลได้ที่ศูนย์ประสานงานการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (http://thaicert.nectec.or.th/)

            นอกจากข้อควรระวังแล้วยังมีข้อแนะนำบางประการเพื่อสร้างสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมดังนี้
            1)  การป้องกันเด็กเข้าไปดูเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม
            2)  การวางแผนเพื่อจัดการกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว
            3)  การใช้พลังงาน

บทที่ 13 เทคโนโลยีและการจัดการความรู้

บทที่ 13
เทคโนโลยีและการจัดการความรู้

ความหมายของความรู้
            ความรู้ คือ การผสมผสานของประสบการณ์ สารสนเทศ ความเข้าใจ ทักษะและความเชี่ยวชาญ รวมถึงสิ่งที่ได้รับการสั่งสมมาจากการศึกษาเล่นเรีย ค้นคว้าวิจัย ที่นำไปสู่การกำหนดกรอบความคิดสำหรับการประเมิน ความเข้าใจ และการนำสารสนเทศและประสบการณ์ใหม่มาผสมรวมกัน

ประเภทของความรู้
            -  ความรู้โดยนัย (Tacit knowledge) เป็นความรู้ที่ซ่อนอยู่ในตัวบุคคล ยากที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร และเป็นความรู้ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
            -  ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่เป็นเหตุและผล สามารถเขียนบรรยายหรือถ่ายทอดมาเป็นตัวอักษรได้ เช่น คู่มือต่างๆ

ความหมายของการจัดการความรู้ (Knowledge management)
            กระบวนการอย่างเป็นระบบในการสรรหา การเลือก การรวบรวมการจัดระบบ  และจัดเก็บความรู้ในลักษณะที่เป็นแหล่งความรู้ที่ทุกคนในองคืการสามารถถึงได้ง่ายและแบ่งปันความรู้ได้อย่างเหมาะสม

ประโยชน์ของการจัดการความรู้
            -  ช่วยเก็บรักษาความรู้ให้ควบคู่กับองค์การตลอดไป
            -  ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การให้บริการ
-  ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ
-  เสริมสร้างนวัตกรรมใหม่
-  ส่งเสิรมให้มีการเรียนรู้ แสดงความคิดเห็นและแลกเปลียนความรู้ส่งผลให้บุคลากรมีคุณภาพเพิ่มขึ้น
-  ช่วยให้องค์การมีความพร้อมในการปรับตัว

รูปแบบการจัดการความรู้
            -  เป็นการจัดการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรม (Transition and Behavior Management) สร้างวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนและแบ่งปังความรู้ซึ่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจะต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารและความร่วมมือของบุคลากรทุกระดับ
            -  การสื่อสาร (Communication) องค์การต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงเนื้อหา กลุ่มเป้าหมายหรือช่องทางในการสื่อสาร
            -  กระบวนการและเครื่องมือ (Process and Tools) มีกระบวนการและเครื่องมือที่เหมาสมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ในองค์การ
            -  เรียนรู้ (Learning) เป็นการเตรียมความพร้อม สร้งความเข้าใจเพื่อให้บุคลากรตะหนักถึงความสำคัญในการจัดการความรู้
            -  การวัดผล (Measurements) ให้ทราบถึงสถานะ ความคืบหน้า เพื่อปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมายของการจัดการความรู้

บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อการจัดการความรู้ในองค์การ
            -  เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนการจัดการความรู้ในองค์การให้มีประสิทธิภาพ
            -  ระบบจัดการอิเล็กทรอนิกส์ (Document and Content Management Systems)
            -  ระบบสืบค้นข้อมูลข่าวสาร (Search Engines)
            -  ระบบการเรียนรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning)
            -  ระบบประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Meeting Systems and VDO conference)
            -  การเผยแพร่สื่อผ่านระบบเครือข่าย (E-Broadcasting)
            -  การระดมความคิดผ่านระบบเครืองข่าย (Web board หรือ E-Discussion)
            -  ซอฟต์แวร์สนับสนุนการทำงานร่วนมกันเป็นทีม (Groupware)
            -  บล็อก (Blog หรือ Weblog) เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนความรู้

การจัดการความรู้ที่ดีนั้นจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยี โดยเครื่องมือทางเทคโนโลยี (Technology Tools) ที่สนับสนุนการจัดการความรู้เรียกว่า Knowware  ซอฟต์แวร์จัดการความรู้ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยเครื่องมือต่อไปนี้อย่างน้อยหนึ่งอย่าง ได้แก่
            1.  Collaborative Computing Tools เครื่องมือสนับสนุนการทำงานร่วมกัน (Groupware) เป็นเครื่องมือมี่ช่วยในการถ่ายทอดความรู้โดยนัย
            2.  Knowledge Servers เป็นแหล่งเก็บความรู้และการเข้าถึงความรู้
            3.  Enterprise Knowledge Portals (EKP) เป็นประตูสู่ระบบจัดการความรู้ขององค์การ
            4.  Electronic Document Management System (EDM) เป็นระบบที่มุ่งจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบที่เน้าการทำงานร่วมกัน
            5.  Knowledge Harvesting Tools เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการจัดความรู้โดยนัย เนื่องจากยอมให้ผู้ที่ให้ความรู้ (Knowledge Contributor)  มีส่วนเกี่ยวข้องเพียงเล้กน้อย (หรือไม่มีเลย) ในความพยายามเกี่ยวกับความรู้นั้น
6.  Search Engines  ทำหน้าที่ในการจัดการความรู้ เช่น การค้นหาและดึงเอกสารที่ต้องการมาจากแหล่งเก็บเอกสารขนาดใหญ่ขององค์การ
7.  Knowledge Management Suites (KMS) เป็นการจัดการความรู้แบบครบชุดที่รวมเทคโนโลยีการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการจัดเก็บ (Storage) ในชุดเดียวกัน

ปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จ
            1.  ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร
            2.  มีเป้าหมายความรู้ที่ชัดเจน ซึ่งเป้าหมายนี้ต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์การ
            3.  มีวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความรู้ภายในองค์การ
            4.  มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เป็นเครื่องมือในกาจัดการความรู้
            5.  ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกระดับ และตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความรู้
            6.  มีการวัดผลการจัดการความรู้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
            7.  มีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการแลกเปลี่ยนความรู้
            8.  มีการพัฒนาการจัดการความรู้อย่างสม่ำเสมอ